คุณสมบัติสินค้า:

เจาะลึกมาตรฐานการตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบริเวณโซนอันตราย (Hazardous Area) ของสถานีใช้ก๊าซธรรมชาติ ตรวจสอบอุปกรณ์ Explosion-proof ระบบสายดิน ฟ้าผ่า และตรวจวัดก๊าซรั่วซึม ตามกฎหมายกรมธุรกิจพลังงานและมาตรฐาน IEC 60079 โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ

Share

Share

บทความ: เจาะลึกมาตรฐานวิศวกรรมการตรวจสอบระบบไฟฟ้าในสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (Electric Inspection for NG Station) ในบริเวณโซนอันตราย

ส่วนที่ 1: กรอบกฎหมายขั้นบังคับและความสำคัญเชิงวิศวกรรมความปลอดภัยขั้นสูงในสถานีก๊าซธรรมชาติ
การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (Electric Inspection for Natural Gas Station) จัดเป็นงานวิศวกรรมควบคุมขั้นสูงที่มีความจำเพาะเจาะจงและมีความเสี่ยงภัยในเกณฑ์สูงสุด เนื่องจากก๊าซธรรมชาติ (NG) เป็นสารไวไฟที่มีสถานะเป็นก๊าซภายใต้ความดัน เมื่อเกิดการรั่วไหลและผสมกับออกซิเจนในอากาศในอัตราส่วนที่เหมาะสม (Explosive Limits) ความร้อนหรือประกายไฟเพียงเล็กน้อยจากอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไปก็สามารถกลายเป็นแหล่งจุดติดไฟ (Ignition Source) ที่ก่อให้เกิดการระเบิดรุนแรงในลักษณะ Vapor Cloud Explosion ได้ทันที ด้วยเหตุนี้ กฎหมายของกระทรวงพลังงาน โดยกรมธุรกิจพลังงาน และกฎหมายความปลอดภัยแรงงานของกระทรวงแรงงาน จึงกำหนดบังคับให้ผู้ประกอบการที่มีสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ โรงเก็บก๊าซ หรือสถานีควบคุมความดัน ต้องจัดให้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ เป็นประจำทุกปี โดยจะต้องดำเนินการโดยบริษัทวิศวกรรมที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาต และขับเคลื่อนโดยวิศวกรไฟฟ้ากำลังที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.) การปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เช่น มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าในบริเวณอันตราย (วสท.) และมาตรฐานสากล IEC 60079 ไม่เพียงแต่เป็นการทำตามข้อบังคับเพื่อหลีกเลี่ยงโทษปรับทางกฎหมายหรือการถูกสั่งระงับกิจการเท่านั้น แต่คือหลักประกันเชิงรุกที่ปกป้องชีวิตของบุคลากรและรักษามูลค่าสินทรัพย์มหาศาลขององค์กรจากการระเบิดและอัคคีภัยอย่างยั่งยืน

ส่วนที่ 2: เจาะลึกกระบวนการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบสายดิน และระบบป้องกันฟ้าผ่าในบริเวณโซนอันตราย (Hazardous Area)
ขั้นตอนการปฏิบัติงานทางวิศวกรรมไฟฟ้าในสถานีก๊าซธรรมชาติ จำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบทางกายภาพและสมรรถนะเชิงเทคนิคใน "บริเวณโซนอันตราย" (Hazardous Area Classification) ซึ่งถูกจำแนกตามมาตรฐาน IEC 60079 เป็น Zone 0, Zone 1 และ Zone 2 ตามความถี่และโอกาสที่จะมีก๊าซไวไฟสะสม วิศวกรผู้เชี่ยวชาญจะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและการเดินสายไฟทั้งหมดอย่างเข้มงวด โดยต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์เหล่านั้นเป็นประเภทป้องกันการระเบิด (Explosion-proof Equipments) ที่มีพิกัดการป้องกัน (Ex Rating) ที่เหมาะสมกับสภาวะหน้างาน เช่น การตรวจสอบโครงสร้างกล่องครอบท่อ (Flameproof Enclosure - Ex d) ว่าไม่มีรอยแตกร้าว สลักเกลียวทุกตัวถูกขันแน่นตามแรงบิดที่กำหนด การตรวจสอบอุปกรณ์ที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง (Intrinsic Safety - Ex i) และความสมบูรณ์ของเคเบิ้ลแกลนด์ (Cable Gland) ปิดผนึก (Sealing Compound) เพื่อป้องกันไม่ให้ประกายไฟหรือก๊าซร้อนหลุดรอดจากภายในอุปกรณ์ออกมาสู่ภายนอก นอกจากนี้ ระบบการต่อลงดินและบอนดิ้ง (Grounding and Bonding System) ภายในโซนอันตรายถือเป็นหัวใจสำคัญในการระบายประจุไฟฟ้าสถิต (Static Electricity) ซึ่งเป็นภัยมืดที่มองไม่เห็น วิศวกรต้องทำการตรวจวัดความต้านทานสายดินของโครงสร้างเหล็ก ท่อส่งก๊าซ และตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชิ้น โดยใช้เครื่องวัดความต้านทานดินที่ได้มาตรฐาน ซึ่งค่าความต้านทานของระบบสายดินหลักและสายดินป้องกันต้องไม่เกิน 5 โอห์ม (หรือต่ำกว่าตามมาตรฐานสถานีก๊าซแรงดันสูง) เพื่อให้กระแสลัดวงจรไหลลงดินได้อย่างรวดเร็วที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ระบบป้องกันฟ้าผ่า (Lightning Protection System) ตามมาตรฐาน IEC 62305 จะต้องถูกตรวจสอบความต่อเนื่องทางไฟฟ้าของตัวนำล่อฟ้า (Air Termination) และตัวนำลงดิน (Down Conductor) เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดฟ้าผ่าในบริเวณสถานี พลังงานมหาศาลจะถูกถ่ายเทลงสู่ระบบกราวด์ดินอย่างปลอดภัยโดยไม่เกิดการกระโดดของประกายไฟ (Side Flash) ไปยังท่อส่งก๊าซหรือถังจัดเก็บ

ส่วนที่ 3: การบูรณาการตรวจสอบระบบระงับอัคคีภัยร่วมกับการสุ่มตรวจวัดก๊าซรั่วซึมเชิงรุกเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ความสมบูรณ์แบบของการตรวจสอบสถานีก๊าซธรรมชาติจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดการตรวจสอบระบบระงับอัคคีภัยและการตรวจวัดก๊าซรั่วซึม (Gas Leakage Detection) ซึ่งเป็นการตรวจสอบองค์รวมที่ผสานระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยเข้าด้วยกัน ทีมวิศวกรระดับมืออาชีพจะทำการสุ่มตรวจและวัดปริมาณการรั่วซึมของก๊าซธรรมชาติในจุดเสี่ยงต่างๆ เช่น บริเวณข้อต่อ (Flanges), วาล์วควบคุม (Control Valves), หน้าแปลนเครื่องวัดปริมาณก๊าซ และรอยเชื่อมท่อ โดยใช้เครื่องตรวจจับก๊าซรั่วส่วนบุคคลที่มีความไวสูง (Portable Gas Detector) และได้รับการสอบเทียบมาตรฐาน (Calibration) อย่างถูกต้อง โดยตรวจวัดค่าเป็นเปอร์เซ็นต์ของขีดจำกัดล่างของการระเบิด (Lower Explosive Limit - %LEL) เพื่อหาจุดบกพร่องขนาดเล็ก (Micro-leakage) ก่อนที่ก๊าซจะสะสมจนถึงระดับอันตราย ควบคู่ไปกับการทดสอบฟังก์ชันการทำงานของระบบตรวจจับก๊าซรั่วแบบติดตั้งถาวร (Fixed Gas Detector) และระบบตรวจจับเปลวไฟ (Flame Detector) ว่าสามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนได้ถูกต้อง แม่นยำ และทำงานสัมพันธ์กับระบบตัดจ่ายก๊าซฉุกเฉิน (Emergency Shutdown System - ESD) รวมถึงระบบไฟฟ้าแสงสว่างสำรองและระบบขับเคลื่อนปั๊มน้ำดับเพลิง การเลือกใช้บริการจากบริษัทที่มีใบรับรองการตรวจงานในสาขานี้และมีวิศวกรระดับสามัญหรือวุฒิวิศวกรลงนามรับรองผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ จะช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับเอกสารรายงานทางวิศวกรรมที่สมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมาย เอกสารนี้ไม่เพียงแต่เป็นหลักฐานสำคัญในการยื่นต่อกรมธุรกิจพลังงานเพื่อต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการประจำปี แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงสุดให้แก่พนักงานในพื้นที่ปฏิบัติงาน ชุมชนรอบข้าง และสถาบันประกันภัยว่าสถานีใช้ก๊าซธรรมชาติแห่งนี้ได้รับการดูแลและควบคุมความปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากลสูงสุดอย่างแท้จริง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้